Saturday, March 14, 2009

ลำดับ๔๙๑.สงครามลับของCIAในลาว(๓)

สงครามลับของ CIA ในลาว
บทที่ ๓ เปิดโปงแผนการชั่วของสหรัฐฯ

หลังจากปรากฏลางแห่งความพ่ายแพ้ของฝรั่งเศสที่บริเวณหุบเขา “บัลลังก์แห่งพรมแดน”(เดียนเบียนฟู) จนนำมาสู่การนั่งโต๊ะเจรจาที่กรุงเจนีวา จักรวรรดินิยมฝรั่งเศสยังคงพยายามที่จะทำลายการรวมตัวอย่างแน่นแฟ้นของประชาชนอินโดจีน แต่เมื่อถูกกดดันอย่างหนักจากนานาประชาคม ฝรั่งเศสจำเป็นต้องให้เอกราชแก่กัมพูชาและลาวด้วย,แต่นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่จะตามมาซึ่งยาวนานถึง ๒๐ ปี.

ฝรั่งเศสจำต้องให้เอกราชแก่ลาวและกัมพูชา แต่ก็เข้าบงการแทรกแซงโดยระหว่างที่การเจรจา ณ กรุงเจนีวากำลังดำเนินไปนั้น ฝรั่งเศสก็ได้ตั้งเจ้าสุวรรณภูมา(พี่ชายต่างมารดากับเจ้าสุภานุวงศ์)ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และมี ผุย ชนะนิกร ผู้สืบตระกูลศักดินาเก่าแก่และเคยรับใช้ฝรั่งเศสมาอย่างใกล้ชิดเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ การที่ตั้งบุคคลเหล่านี้ขึ้นมาก็เพื่อกีดกันขบวนการปเทดลาวภายใต้การนำของเจ้าสุภานุวงศ์ไม่ให้เข้าร่วมประชุมด้วย

ก่อนเข็มนาฬิกาจะถึงเวลาเที่ยงคืนของวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ได้มีการตกลงกันระหว่างผู้แทนฝรั่งเศสกับเวียดมินห์ แต่ก็เกิดอุปสรรคที่สำคัญในคณะผู้แทนลาว โดยท้าวผุย ชนะนิกรไม่ยอมลงนามที่จะเป็นรัฐบาลผสมร่วมกับฝ่ายขบวนการปเทดลาว ทั้งนี้ข้อความในสนธิสัญญามีบทบัญญัติสำคัญว่า ในรัฐบาลผสมชั่วคราวแห่งชาติจะต้องมีตัวแทนของฝ่ายปเทดลาวเข้าร่วมรัฐบาลด้วยและรัฐบาลผสมชั่วคราวจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อให้มีรัฐบาลแห่งชาติต่อไป


ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นในประเทศลาว สำนักข่าวฝรั่งเศสที่เมืองลาดแลง ได้ติดป้ายคำขวัญสีแดงเขียนด้วยตัวอักษรสีขาว ความว่า “คัดค้านไม่ให้เจ้าสุภานุวงศ์เข้าร่วมประชุมเจนีวา”

แต่ในที่สุดท้าวกุวรวงศ์ก็ลงนามในรัฐบาลผสมจนได้ การประชุมเจนีวาจึงประสบผลสำเร็จอย่างน้อยก็ในส่วนของการสู้รบกันด้วยอาวุธ และจากนี้ไปจะเป็นสงครามในเชิงกลยุทธ เล่ห์เหลี่ยมหมากคูที่สหรัฐอเมริกาถนัดในการซื้อตัวคนที่ยอมขายตัวแลกกับเงินสกปรกดังจะได้ทราบต่อไป

เมื่อคณะตัวแทนประเทศลาวกลับมาถึงเวียงจันทน์ ท้าวกุวรวงศ์ได้เปิดเผยขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรว่า สายลับอเมริกัน C.I.A. ได้จ่ายเงินหนึ่งล้านดอลล่ารห์เข้าบัญชีธนาคารสวิสต์ในนาม ท้ายผุย ชนะนิกร เพื่อเป็นการตอบแทนคำมั่นสัญญาของท้าวผุยที่ว่า คณะผู้แทนลาวจะไม่ยอมลงนามในสัญญาสงบศึกเป็นอันขาด

หลังจากนั้น ๓ วัน ท้าวกุวรวงศ์ได้รับเชิญไปรับประทานอาหารค่ำที่บ้านท้าวผุย โดยข้ออ้างว่าเพื่อปรับความเข้าใจกัน เมื่อไปถึงแล้วท้าวกุวรวงศ์ถูกจัดให้นั่งในตำแหน่งหันหลังให้หน้าต่าง พลันนั้นเองคนร้ายก็ยิงปืนเข้ามาทางหน้าต่างถูกท้าวกุวรวงศ์ล้มลงเสียชีวิต ส่วนคนร้ายหลบหนีลงเรือข้ามมาฝั่งไทยโดยปลอดภัย คนร้ายคนนั้นกล่าวกันว่าเป็นคนไทยที่เคยเป็นนักมวยมาก่อนและเป็นมือปืนของจอมอัศวินไทยในยุคนั้น

การเสียชีวิตของท้าวกุวรวงศ์นั้นถูกวิเคราะห์กันว่าเป็นผลจากการลงนามในสัญญาสงบศึกที่เจนีวา(ซึ่งท้าวกุรวงศ์ดำเนินการลงนามในสัญญาฯ ตามที่ได้ตกลงไว้กับเจ้าพี่สุวรรณภูมา)แล้วยังเป็นผลจากการเปิดโปงบทบาทของท้าวผุย ชนะนิกรที่รับใช้สหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามเหตุที่สหรัฐอเมริกาไม่อาจจะปล่อยให้ท้าวกุรวงศ์มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ ก็คือเมื่อ ๙ วันก่อนการประชุมสัญญาสงบศึกที่เจนีวาท้าวกุวรวงศ์ได้เป็นผู้จัดการให้มีการพบปะกันโดยตรงของ เจ้าพี่สุวรรณภูมาและ เจ้าน้องสุภานุวงศ์และท้าวกุวรวงศ์ก็เข้าร่วมการเจรจานี้ด้วย ความจริงการเจรจาของเจ้าพี่-เจ้าน้องครั้งนี้ก็เป็นการตั้งต้นดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามสัญญาสงบศึก คือ ยุติการสู้รบระหว่างรัฐบาลฝ่ายขวาที่นิยมกษัตริย์ กับขบวนการปเทดลาวภายใต้การนำของเจ้าสุภานุวงศ์นั่นเอง

ยิ่งกว่านี้ท้าวกุวรวงศ์ได้เปิดเผยแผนการของรัฐบาลที่จะหักหลังขบวนการปเทดลาว ซึ่งเป็นแผนที่จะเข้าโจมตีกองทหารปเทดลาวเมื่อเวลาที่กองทหารปเทดลาวถอนตัวออกมาจากแคว้นซำเหนือและแคว้นพงสาลีตามข้อกำหนดในสัญญาฯ

นี่นับเป็นโทษอุกฉกรรจ์มหันตโทษที่สหรัฐอเมริกาไม่อาจจะปล่อยให้ท้าวกุวรวงศ์มีชีวิตอยู่สืบไป โทษสถานเดียวของผู้ที่เปิดโปงความชั่วร้ายของสหรัฐฯ ก็คือ ความตาย!

No comments: